แพทย์เผย ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกได้ ถึงแม้ยังอยู่ในครรภ์

แพทย์เผย ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกได้ ถึงแม้ยังอยู่ในครรภ์

            เสียงดนตรีไม่ใช่มีไว้ฟังเพื่อความเพลิดเพลินอย่างเดียวเท่านั้น เพราะมีผลงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า เสียงเพลงสามารถช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองของเด็กทารกได้ตั่งแต่อยู่ในครรภ์ รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็ได้เผยว่า ดนตรีมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองของเด็กทารกตั่งแต่อยู่ในครรภ์มารดาดังต่อไปนี้

1.การใช้เสียงดนตรีจะช่วยกระตุ้นให้เครือข่ายเส้นประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น ซึ่งประสาทการรับฟังของทารกในครรภ์จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน

2.ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลง หรือดนตรีคลาสสิคเท่านั้น เพราะคุณแม่สามารถใช้เพลงที่ชื่นชอบมีความไพเราะมาใช้ในการกระตุ้นพัฒนาการทารกได้เช่นกัน

3.วิธีเปิดเพลงหรือเสียงดนตรี ให้ทารกในครรภ์ฟังคือ ควรเปิดให้อยู่ห่างจากหน้าท้องประมาณ 1 ฟุต และให้เปิดเสียงดังพอประมาณ เพื่อให้ลูกในครรภ์ได้รับฟังไปพร้อมกับคุณแม่

4.เวลาที่ลูกในครรภ์ได้ฟังเพลง หรือดนตรี คลื่นเสียงจะไปกระตุ้นให้ระบบประสาทในด้านการได้ยินเกิดการพัฒนาได้เร็วขึ้น ส่งผลให้เด็กที่คลอดออกมา มีความสามารถในการจัดลำดับความคิดในสมอง รู้สึกผ่อนคลาย และยังจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย

5.สามารถช่วยพัฒนาการให้ทารกในครรภ์ได้ คือ ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวขณะอยู่ในครรภ์  เวลาที่ลูกได้ยินเสียงจังหวะของเพลงและดนตรี ลูกจะขยับตัว หรือดิ้นไปตามเสียงเพลง เช่น เพลงช้า ก็จะขยับตัวช้า หากเป็นมีจังหวะเร็ว ก็จะขยับตัวบ่อยหรือดิ้นแรงขึ้นเหมือนเต้นตาม ซึ่งการขยับตัวของทารกในครรภ์นั้น ถือเป็นสัญญานที่บ่งบอกถึงพัฒนาการของเด็กที่ยอดเยี่ยม

เลือกเพลงและดนตรีอย่างไร ในการกระตุ้นพัฒนาการสมองลูกตั่งแต่ในครรภ์

1.ทางที่ดีควรเป็นเพลงที่ฟังสบาย จะช้าหรือเร็วก็ได้ แม้แต่เพลงร็อคก็ได้เช่นกัน ควรเน้นให้ลูกได้บินเสียงและรู้สึกถึงจังหวะ เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการได้ยินและการเคลื่อนไหวในท้อง

2.ควรเลือกใช้หูฟังแบบครอบศีรษะ หรือหูฟังสำหรับทารกในครรภ์โดยเฉพาะ เนื่องจากเสียงและจังหวะของดนตรีจะส่งผ่านไปยังลูกในครรภ์ได้ดี

3.ห้ามเปิดเสียงดังเกินไป เนื่องจากอาจส่งผลให้ลูกในท้องตกใจและดิ้นแรงกว่าเดิมได้ ซึ่งระดับเสียงที่พอดีสามารถวัดได้จากเวลาที่คุณแม่ใส่หหูฟังเองก่อน จากนั้นค่อยปรับระดับความดังให้เหมาะสม

4.สามารถให้ทารกในครรภ์ฟังเพลงและดนตรีได้ทันที เมื่อรู้ว่ากำลังท้อง เพราะจะช่วยให้คุณแม่เกิดความสบายใจ ซึ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ของทารกต่อไป

5.เวลาบ่ายโมงขึ้นไปทารกในครรภ์จะตื่นตัวที่สุด ดังนั้น ควรเปิดเพลงให้ทารกฟังในช่วงบ่าย และควรใช้เวลาฟังเพลงประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาสมองและพัฒนาการด้านอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี

ข้อแนะนำสำหรับคุณแม่

เพลงและดนตรีที่เปิดให้ลูกฟังตั่งแต่ในครรภ์ สามารถใช้เพลงอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นดนตรีคลาสสิคของต่างประเทศ ขอแค่เป็นเพลงและดนตรีที่คุณแม่ชื่นชอบ เช่น เพลงไทย เพลงพื้นบ้าน เป็นต้น ที่สำคัญดนตรีคลาสสิกไม่ได้ช่วยให้ลูกมีความฉลาดตั่งแต่อยู่ในครรภ์ เนื่องจากความฉลาดมีปัจจัยมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่ สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ การส่งเสริม และอาหารเป็นหลัก.